คดีครอบครัวฟ้องศาลไหน

ศาลเยาวชนและครอบครัว

(๑) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางขึ้นในกรุงเทพมหานคร และให้มีเขตอำนาจตลอดกรุงเทพมหานคร
(๒) ศาลเยาวชนและครอบครัวขึ้นในทุกจังหวัด และให้มีเขตอำนาจตลอดเขตจังหวัดนั้น

ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใดที่มีศาลจังหวัดมากกว่าหนึ่งศาล หากมีความจำเป็นจะเปิดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดที่ยังมิได้มีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวนั้นอีกก็ได้  ทั้งนี้ จะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกาและให้ระบุเขตอำนาจศาลเดิมหรือแผนกเดิมและแผนกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย

สรุป

ในกรุงเทพมหานคร ให้ฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ในต่างจังหวัด ให้ฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแต่ละจังหวัด

แชร์ข้อมูลได้ที่นี่
Share on Facebook
Facebook
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin

การฟ้องคดีครอบครัว อาจเกิดได้ในหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ ฟ้องเกี่ยวกับอำนาจปกครองบุตร ฟ้องเกี่ยวกับสัญญาหย่า เป็นต้น ซึ่งมูลเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายครอบครัวจึงสามารถเกิดขึ้นได้หลายประการ มูลคดีครอบครัวที่ประสงค์จะฟ้องนั้นเกิดขึ้นที่ใดต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีแตกต่างกันไป การจดทะเบียนสมรสเป็นเพียงเหตุที่ทำให้เป็นสามีภรรยากันเท่านั้น สถานที่จดทะเบียนสมรสหาใช่เป็นสถานที่ที่มูลคดีครอบครัวเกิดขึ้นทุกกรณีไปไม่ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการฟ้องคดีโดยอาศัย “เหตุหย่า” ตามกฎหมาย ได้แก่ข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอย่างนั้นเอง
ข้อเท็จจริงดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใดที่นั้นย่อมเป็นสถานที่ที่มูลคดีฟ้องหย่าเกิดขึ้น เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2546 มูลคดีหมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งคำฟ้อง คดีนี้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย ต้นเหตุของคำฟ้องคือเหตุหย่า ส่วนการจดทะเบียนสมรสเป็นต้นเหตุของความเป็นสามีภริยากัน สถานที่จดทะเบียนสมรสจึงหาใช่เป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในระหว่างสมรสโจทก์จำเลยพักอาศัยด้วยกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยกระทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาโดยทำร้ายร่างกายโจทก์และขับไล่โจทก์ออกจากบ้านอันเป็นเหตุหย่า ดังนั้นจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเป็นสถานที่ที่มูลคดีฟ้องหย่าเกิดถ้าหากสามีภริยาจดทะเบียนหย่าโดยสมัครใจ และมีการตกลงทำสัญญาท้ายการจดทะเบียนการหย่า หากมีการผิดสัญญา
มูลคดีตามสัญญาท้ายการจดทะเบียนการหย่าย่อมเกิดขึ้น ณ สถานที่ที่มีการจดทะเบียนหย่านั้นเอง เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2542 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ทำหน้าที่ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรตามบันทึกในทางทะเบียนการหย่าที่ทำที่ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงถือว่าเป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาหรือข้อตกลงในการจดทะเบียนหย่านั้น ถือว่าสถานที่ที่ได้จดทะเบียนการหย่าและทำบันทึกข้อตกลงในทะเบียนการหย่านั้นเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นกรณีเช่นนี้รวมถึงการฟ้องขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองบุตรที่ได้มาโดยข้อสัญญาท้ายทะเบียนการหย่าด้วย เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6155/2540 จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรโดยความยินยอมในกรณีหย่าอันเป็นการได้อำนาจปกครองมาโดยข้อสัญญา โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย อ้างเหตุว่าจำเลยปล่อยปละละเลยไม่ทำหน้าที่จึงเป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาหรือข้อตกลงในการจดทะเบียนหย่า ดังนั้น สถานที่ที่จดทะเบียนหย่าและทำบันทึกข้อตกลงในเรื่องการใช้อำนาจปกครองบุตรจึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล#มูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักรที่กล่าวเกี่ยวกับศาลที่มูลคดีเกิดในเขตหลายตอนที่กล่าวมานั้น ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่มูลคดีเกิดขึ้นในราชอาณาจักรซึ่งศาลไทยมี “เขตศาล” ครอบคลุมอยู่ทั่วราชอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นคดีที่มูลคดีเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรซึ่งศาลไทยไม่มีเขตศาลครอบคลุมไปถึง แต่ก็มีกฎหมายบัญญัติให้ “อำนาจศาล” ที่จะพิจารณาคดีที่มูลคดีเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไว้ด้วยในบางประการ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง ได้แก่ มาตรา 3 ที่บัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง (1) ในกรณีที่มูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักร ให้ศาลแพ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ…” จากบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า จะต้องเป็นกรณีที่เรือไทยหรืออากาศยานไทยอยู่นอกราชอาณาจักร หากเรือไทยหรืออากาศยานไทยอยู่ในราชอาณาจักรไม่ว่าจะจอดอยู่หรือไม่ก็ตาม กรณีเช่นนี้ย่อมมีศาลที่มีเขตศาลตามมาตรา 4 มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใดศาลนั้นย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น

แชร์ข้อมูลได้ที่นี่
Share on Facebook
Facebook
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin