เมื่อเจ้าหนี้หรือธนาคารฟ้องบังคับคดีและขายทอดตลาดแล้ว จะทำอย่างไรได้บ้าง

เมื่อวันก่อนผมได้เสนอบทความของลูกค้ารายหนึ่งว่า เมื่อถูกธนาคารฟ้องเรียกเงินกู้และบังคับจำนองท่านจะทำอย่างไรได้บ้าง มีผู้ได้อ่านบทความแล้วมีคำถามต่อไปว่า หากมีการขายทอดตลาดแล้วจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ต่อเนื่องกับบทความในวันก่อน โดยปกติแล้วขั้นตอนในการบังคับคดีหลังจากมีการขายทอดตลาดแล้วจะมีดังนี้ 1. ทางเจ้าหนี้จะต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับให้ลูกหนี้หรือบุคคลที่อยู่ในบ้านออกจากบ้านที่ขายทอดตลาดเสียก่อน 2.หลังจากนั้นเจ้าหนี้หรือธนาคารจะนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดหมายให้ลูกหนี้ออกจากบ้านที่ขายทอดตลาดภายใน 15 วัน 3.เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว หากลูกหนี้ยังไม่ขนย้ายออกจากบ้านที่ขายทอดตลาด เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลออกหมายจับลูกค้าและบุคคลที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน และนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับลูกหนี้และบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้าน กรณีที่ผู้สนใจสอบถามว่า หากมีการขายทอดตลาดแล้วจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านได้หรือไม่ จะต้องแยกเป็น 2 กรณี 1.กรณีที่อยู่ในขั้นตอนที่ 1 ถึง 3 ข้างต้น แม้ลูกหนี้จะถูกจับกุมแล้วก็ตาม หากท่านยังไม่ได้ส่งมอบบ้านให้แก่เจ้าหนี้ ถือว่าท่านยังมีสิทธิครอบครองภายในบ้าน ท่านยังสามารถเข้ามาขนย้ายทรัพย์สินของท่านออกจากบ้านดังกล่าวได้ โดยไม่มีความผิด เพราะทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของท่าน และท่านยังไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่เจ้าหนี้ ยกเว้นท่านจะไปรื้อประตู หน้าต่าง อย่างนี้มิได้จะเป็นกรณีเป็นความผิดทางอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์ 2.กรณีที่ส่งมอบการครอบครองให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดแล้ว เช่น ท่านส่งมอบกุญแจให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว กรณีนี้ถือว่าการครอบครองอยู่กับผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดแล้ว ท่านไม่สามารถเข้าไปในบ้านดังกล่าวอีกต่อไปได้ ถ้าเข้าไปจะเป็นความผิดฐานบุกรุก แม้ท่านจะมีทรัพย์สินอยู่ก็ตาม ท่านจะต้องขนทรัพย์สินออกให้หมด ก่อนจะส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อ หากมิได้ขนย้ายให้ทรัพย์สินออกให้หมดแล้ว ภายหลังท่านจะเข้าไปขนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แม้ว่าจะทำได้ เพราะเป็นทรัพย์สินของท่าน

แชร์ข้อมูลได้ที่นี่
Share on Facebook
Facebook
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin