ครอบครองปรปักษ์ ที่ดินประเภทไหนได้บ้าง (และไม่ได้)
การครอบครองปรปักษ์ ไม่ใช่ว่าทำได้กับที่ดินทุกประเภทในประเทศไทย กฎหมายกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาไว้แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
1. ที่ดินที่ “ครอบครองปรปักษ์ได้”
1.1 ที่ดินมีโฉนด (น.ส.4)
เงื่อนไข: ต้องครอบครองอย่างสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ต้องครอบครองต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป
ผลทางกฎหมาย: ผู้ครอบครองสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ได้สิทธิในที่ดินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ได้
1.2 ที่ดินมือเปล่าที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 / น.ส.3 ก. / น.ส.3 ข.) ที่ดินประเภทนี้ยังไม่มีกรรมสิทธิ์เด็ดขาด มีเพียง “สิทธิครอบครอง”
ระยะเวลา: ไม่ใช้หลัก 10 ปี แต่กฎหมายกำหนดว่า หากถูกผู้อื่นเข้ายึดถือครอบครอง แย่งสิทธิไป แล้วเจ้าของเดิมไม่ฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปี เจ้าของเดิมจะเสียสิทธิครอบครองทันที (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375)

2. ที่ดินที่ “ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้” (ต่อให้อยู่นานแค่ไหนก็ไม่ได้สิทธิ)
1. ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน : ที่ดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน (เช่น ถนนสาธารณะ ลำห้วย ป่าชายเลน)
ที่ดินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ (เช่น ค่ายทหาร สถานที่ราชการ)
2. ที่ราชพัสดุ: ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของรัฐบาล/กระทรวงการคลัง
3. ที่ป่าไม้ / ป่าสงวนแห่งชาติ / เขตอุทยานแห่งชาติ: ที่ดินของรัฐที่กฎหมายคุ้มครอง
4. ที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 (ใบเสียภาษีบำรุงท้องที่): เป็นเพียงหลักฐานการเสียภาษี ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิ ที่ดินยังคงเป็นของรัฐ ประชาชนครอบครองปรปักษ์ไม่ได้
5. ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01: ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมที่รัฐจัดสรรให้เกษตรกร ไม่ใช่ที่ดินโฉนด ไม่สามารถนำมาครอบครองปรปักษ์ได้
6. ที่ดินวัด / ที่ธรณีสงฆ์: กฎหมายสงฆ์คุ้มครองไว้ ไม่สามารถอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้
