ผู้จัดการมรดก ยักยอกทรัพย์สิน หรือไม่ยอมแบ่งมรดก ทายาททำอย่างไรได้บ้าง?
เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง “ผู้จัดการมรดก” หน้าที่สำคัญตามกฎหมายของบุคคลนั้นคือการรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้สิน (ถ้ามี) และทำการ “แบ่งปันมรดกให้แก่ทายาททุกคนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม”
แต่หากเกิดกรณีที่ผู้จัดการมรดกเพิกเฉย ไม่ยอมแบ่งทรัพย์สิน นำที่ดินไปโอนเป็นชื่อตัวเองคนเดียว หรือแอบถอนเงินในบัญชีไปใช้ส่วนตัว ทายาทโดยธรรมอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะกฎหมายมีช่องทางคุ้มครองและแก้ไขปัญหานี้ไว้ชัดเจน ดังนี้ครับ
1. ยื่นคำร้องขอ “ถอนผู้จัดการมรดก” ต่อศาล
หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำตามหน้าที่ จัดการมรดกล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือมีพฤติการณ์ทุจริต ทายาทผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ ถอนผู้จัดการมรดก ออกจากตำแหน่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727
เหตุแห่งการถอน: ละเลยไม่ทำบัญชีมรดก, ไม่ยอมแบ่งมรดก, ปิดบังทรัพย์มรดก หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับทายาท
2. ดำเนินคดีอาญา ข้อหา “ยักยอกมรดก”
ผู้จัดการมรดกถือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หากครอบครองทรัพย์มรดกไว้แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354
โทษ: มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ซึ่งเป็นโทษที่หนักกว่าการยักยอกทรัพย์ธรรมดา)
ข้อควรระวัง: ความผิดฐานยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้ ต้องดำเนินคดีหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
3. ฟ้องคดีแพ่งเพื่อ “เรียกคืนทรัพย์มรดก / แบ่งมรดก”
หากผู้จัดการมรดกนำทรัพย์สินไปโอนเป็นของตัวเอง หรือแอบขายให้บุคคลภายนอก ทายาทสามารถฟ้องคดีแพ่งเพื่อ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอน หากเป็นการโอนโดยมิชอบหรือผู้รับโอนรับไว้โดยไม่สุจริต
บังคับให้แบ่งมรดก: ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้จัดการมรดกจัดสรรทรัพย์สิน (เช่น ที่ดิน เงินฝาก หุ้น รถยนต์) ตามสิทธิของทายาทแต่ละคน
อายุความคดีมรดก: โดยทั่วไปทายาทต้องฟ้องคดีมรดกภายใน 1 ปี นับแต่ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่หากเป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากผู้จัดการมรดกที่ยังจัดการไม่เสร็จสิ้น จะไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความ 1 ปีดังกล่าว

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1727 บัญญัติไว้ว่า “ ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควรก็ได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง
แม้ถึงว่าจะได้เข้ารับตำแหน่งแล้วก็ดี ผู้จัดการมรดกจะลาออกจากตำแหน่งโดยมีเหตุอันสมควรก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล “
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง
มาตรา 353 ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 354 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๕๒ หรือมาตรา ๓๕๓ ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
